เสื้อโปโลจะสวมใส่สบายยิ่งขึ้น ถ้าเลือกเนื้อผ้าเป็น

เสื้อโปโลจะสวมใส่สบายยิ่งขึ้น ถ้าเลือกเนื้อผ้าเป็น

            เสื้อโปโลที่สวมใส่สบายที่สุดต้องผลิตขึ้นจากผ้าฝ้าย COTTON100% เพราะฝ้ายชนิดนี้จะทำให้เนื้อผ้ามีความนุ่ม เมื่อสัมผัสเนื้อผ้าแล้วจะรู้ได้ทันที นอกจากนี้ เส้นใยที่ทอจากผ้าฝ้ายบังช่วยในเรื่องการระบายศอากาศได้ดีกว่าเส้นใยชนิดอื่น ซึ่งช่วยให้สวมใส่สบายตัวไม่ร้อน เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับภูมิอากาศในประเทศไทย ที่สำคัญCOTTON 100 % ก็ยังแบ่งออกเป็นเกรดให้เลือกอีก 3 ระดับ และแบ่งเป็นเกรดจากเบอร์ของเส้นด้ายที่นำมาใช้ผลิต โดยเฉพาะเส้นด้ายเบอร์ 20 ,32 และ 40 จะได้รับความนิยมนำมาผลิตมากที่สุ

เบอร์เส้นด้ายที่นำมาผลิตเสื้อโปโลเหล่านี้ บ่งบอกอะไร

สำหรับเบอร์เส้นด้ายที่นำมาผลิตเสื้อโปโลนั้น จะมีการบ่งบอกถึงระดับความหนาของเส้นใย ดังนั้น ยิ่งเบอร์มากเท่าไหร่ เนื้อผ้าที่ออกมาก็ยิ่งมีความละเอียดมากขึ้นเท่านั้น หากเป็นเสื้อที่ผลิตจากผ้าฝ้าย COTTON  100 % เบอร์ 20 ก็จะหมายความว่าเนื้อผ้ามีความหนามากกว่าเบอร์ 32 เพราะขนาดเส้นด้ายที่ใช้ใหญ่กว่าเบอร์ 32 เนื้อผ้าก็จะแข็งกว่า

ซึ่งเสื้อโปโล หรือเสื้อยืด COTTON 100 % ที่นำมาขายตามท้องตลาดทั่วไป ๆ นั้น ส่วนมากมักจะมีราคาค่อนข้างถูก สามารถจับต้องได้ง่าย เพราะจะมีการใช้ฝ้ายเบอร์ 20 มาผลิตนั่นเอง โดยจะนิยมมากกับเสื้อของผู้ชาย เนื่องจากเสื้อจะทรงตัว ไม่เข้ารูปจนเกินไป

กระบวนการผลิตเส้นด้าย ก็เป็นตัวที่บ่งบอกคุณภาพเสื้อโปโลได้

นอกเหนือจากเส้นด้ายที่บ่งบอกถึงคุณภาพเสื้อโปโลแล้ว กระบวนการผลิตเส้นด้ายของโรงงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกคุณภาพได้เช่นเดียวกัน การผลิตเนื้อผ้าที่ดีต้องเกิดจากการเรียงตัวของเส้นด้ายที่มีความหนาแน่น สมำเสมอ และต้องกำจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยได้ดีด้วย เพราะจะส่งผลต่อผู้สวมใส่โดยตรงในการมีสุขภาพที่ดี ในส่วนของกระบวนการผลิตเส้นด้ายจากโรงงานนั้น ก็จะแบ่งออกเป็น 3 เกรดด้วยกัน ดังนี้

ประเภทที่ 1 COTTON OE – หมายถึงเสื้อที่ไม่ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพเส้นใยฝ้าย ส่งผลให้เนื้อผ้าเสื้อประเภทนี้จะมีความแข็ง กระด้าง ไม่ทนทานต่อการใช้งานมากนัก ขาดได้ง่าย ซึ่งเสื้อที่ทำจากกระบวนการผลิตแบบนี้จะใช้ต้นทุนต่ำ ราคาถูก และเป็นเสื้อคุณภาพเกรดต่ำที่สุด นิยมนำมาใช้ผลิตเป็นประเภทเสื้อยืดราคาถูก

ประเภทที่ 2 COTTON SEMI – สำหรับกระบวนการผลิตแบบนี้ ก็จะดีกว่าข้างต้นแรก เพราะถือเป็นกระบวนการผลิตที่โรงงานนิยมใช้กันมาก โดยจะมีการผลิตเส้นด้ายด้วยใช้วิธีสางเส้นใยฝ้ายด้วยเครื่องจักร มีข้อดีคือเส้นด้ายใยสั้น ที่มีขนาดเบอร์ 20 – 32 ที่นิยมนำไปใช้ผลิตเสื้อสวมใส่ ซึ่งกระบวนการผลิตแบบนี้จะช่วยให้ได้เนื้อผ้านุ่มกว่ากระบวนการแรก มีความกระด้างปานกลาง คุณภาพและราคาก็ปานกลางเช่นกัน

ประเภทที่สาม COTTON COMP – จัดเป็นกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพสูงสุด เนื่องจากผลิตด้ายด้วยวิธีหวีเส้นใยจากเครื่องจักร จึงทำให้ขั้นตอนมีความยุ่งยากและซับซ้อนกว่ากระบวนการข้างต้น แต่ด้วยความซับซ้อนนี้เอง จึงทำให้ได้มาซึ่งเนื้อผ้าที่นุ่มละเอียด เพราะผลิคขึ้นจากเส้นด้ายขนาดเล็กเบอร์ 32 ขึ้นไป ที่เส้นด้ายยาวกว่า ขจัดสิ่งสกปรกได้ดีกว่า เนื้อผ่านุ่มไม่กระด้าง มีความทนทานสูง แต่ก็มีราคาแพงขึ้นด้วย.

Leave a Reply