เปิดร้านค้าออนไลน์ แต่ไม่อยากจดทะเบียนบริษัท ทำได้หรือไม่

เปิดร้านค้าออนไลน์ แต่ไม่อยากจดทะเบียนบริษัท ทำได้หรือไม่

            ณ ปัจจุบันนี้ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่ Social Media เข้ามาบทความต่อชีวิตมากยิ่งขึ้น ก็ก่อให้เกิดอาชีพที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการค้าขายออนไลน์ ที่กลายมาเป็นอาชีพที่ใครหลายคนใหความสนใจเป็นพิเศษ

เนื่องจากสามารถเริ่มต้นได้ไม่ยุ่งยาก มีโอกาสทำเงินได้สูง โดยใช้ระยะเวลาไม่นานมากนัก ที่สำคัญยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง K-Expert บริการที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเผยข้อมูล 3 ข้อ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ไว้ดังนี้

1.เปิดร้านค้าออนไลน์ ต้องจดทะเบียนบริษัทเป็นแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ มักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่มีความจำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัทแบบพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มักจะสร้างความยุ่งยากให้กับตนเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการขายของออนไลน์ ที่สำคัญเลยคือ ปล่อยปละละเลย ลืมจด ก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 อีกด้วย ซึ่งมีอัตราโทษคือจ่ายค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และมีค่าปรับรายวันเพิ่มเพิ่มเติมอีกวันละ 100 บาท

ทั้งนี้ การจดทะเบียนบริษัทแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่ดีมีขั้นตอนที่ยุ่งยากอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางไปจนทะเบียนได้ด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานการคลัง ส่วนคนที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด ก็สามารถเดินทางไปจนทะเบียนได้ด้วยตนเองที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล แต่มีค่ายื่นคำร้องจดทะเบียนเป็นเงิน 50 บาทเท่านั้น โดยไม่ต้องเสียต่าใช้จ่ายรายปีเพิ่มเติมแต่อย่างใด

2.จดทะเบียนบริษัทเป็นแบบนิติบุคคลได้หรือไม่

ผู้ดำเนินกิจการร้านขายของออนไลน์ก็สามารถขายของในนามบุคคลธรรมดาไปเรื่อย ๆ โดยที่ยังไม่มีกฎเกณฑ์ควบคุมมากนัก ไม่จำเป็นต้องจัดทำงบประมาณทางเงิน การยื่นภาษีก็ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารให้ยุ่งยาก จัดได้ว่ามีความคลล่องตัวในหลาย ๆ ด้านมากกว่าการเป็นนิติบุคคล แต่เมื่อขายดีกำไรงาม มียอดขายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มมีข้อกำจัดตามมา เช่น เริ่มเสียภาษีในฐานที่สูงขึ้น เนื่องจากบุคคลธรรมดาใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้าอยู่ที่ 5-35%

ขณะจดทะเบียนบริษัทแบบนิติบุคคลมีอัตราการเสียภาษีสูงสุดอยู่ที่ 20% นอกจากนี้ ข้อจำกัดความน่าเชื่อถือในการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากต่อครั้ง หรือต้องมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ การจะทะเบียนแบบนิติบุคคลนั้น ก็สามารถช่วยลดหย่อนข้อจำกัดเหล่านี้ได้

แต่หากขายดี มียอดขายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มมีข้อจำกัดต่าง ๆ ตามมา เช่น เริ่มเสียภาษีในฐานที่สูงขึ้น เพราะบุคคลธรรมดาใช้อัตราภาษีแบบก้าวหน้าอยู่ที่ 5-35% ในขณะที่นิติบุคคลมีอัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 20% หรือข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถือในการสั่งซื้อสินค้าครั้งละมาก ๆ หรือต้องมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ การจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลนั้นสามารถลดข้อจำกัดเหล่านี้ได้ เมื่อต้องการขยายกิจการให้โตขึ้น การศึกษาเรื่องการจัดตั้งนิติบุคคลจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ

การจดทะเบียนบริษัทเป็นแบบนิติบุคคลมี 2 รูปแบบ หลัก คือ

1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) –  เป็นการบริหารกิจการที่มีความใกล้เคียงกับการทำงานด้วยตัวคนเดียวมากที่สุด

2.บริษัทจำกัด (บจก.) – เป็นนิติบุคคลที่มีโครงสร้างมากขึ้น เพราะมีทั้งผู้ถือหุ้น และกรรมการบริษัท.