ม.ขอนแก่น จดสิทธิบัตรจักรยานผ้าไหม เบาเท่าคาร์บอน ถูกกว่า 4 เท่า

ม.ขอนแก่น จดสิทธิบัตรจักรยานผ้าไหม เบาเท่าคาร์บอน ถูกกว่า 4 เท่า

            ม.ขอนแก่นยื่นจดสิทธิบัตรในนามสถาบัน “จักรยานผ่าไหม” คันแรกของโลก เผยมีคุณสมบัติเหนือกว่าอลูมิเนียม น้ำหนักเบาเทียบได้กับคาร์บอนไฟเบอร์ แต่มีราถูกกว่าถึง 4 เท่า เตรียมพร้อมต่อยอดนำไปผลิตต่อในเชิงพาณิชย์

อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มข. เผยว่า จักรยานผ้าไหมที่ถูกจดสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกของโลก มีต้นแบบอยู่ 2 คัน ถูกสร้างขึ้นด้วยการนำเอาวัสดุใหม่มาทดแทนโครงจักรยานเดิม ที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา แต่มีราคาสูงถึง 40,000-100,000 บาท ต่อหนึ่งโครง ขณะที่จักรนยานผ้าไหม มีต้นทุนการผลิตเพียง 15,000-20,000 บาท เท่านั้น หรือถูกกว่าจักรยารคาร์บอนไฟเบอร์ 4 เท่า

จักรยานผ้าไหมที่ถูกจดสิทธิบัตรมีคุณสมบัติที่น่าทึ่งหลายประการ

นอกจากนี้ จักรยานผ้าไหมยังมีน้ำหนักที่เบา พร้อมกับมีค่ายืดหยุ่นในอัตราที่สูง เมื่อนำมาเทียบกับโครงแบบอลูมิเนียม จากผลการทดสอบาโครงจักรยานที่ทำจากผ้าไหมเรซิน มาเปรียบเทียบกับโครงอลูมิเนียมพบว่า จักรยานผ้าไหมเรซินสามารถทนต่อแรงกดทับ หรือแรง Load ได้มากกว่า 1,300 นิวตัน ส่วนแรงเค้น หรือ Stress ก็ทนได้มากกว่า 55 เมกกะปาสคาล ส่วนค่าการยืดหยุ่นตัว หรือ Flex Modulus ก็มีมากกว่า 2,700 เมกกะปาศาล

จักรยานจากคาร์บอนไฟเบอร์ แม้มีน้ำหนักเบา แต่ก็มีราคาสูง ส่วนโครงจักรยานผ้าไหมที่ได้จดสิทธิบัตร ที่ถูกประดิษฐ์และคิดค้นขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นวัสดุใหม่ที่สามารถนำมาทดแทนโครงรถจักรยานที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีต้นทุนที่ถูกกว่า สามารถทนต่อแรงกดได้มากกว่าโครงรถจักรยานอลูมิเนียมได้เกือบ 5 เท่า

ที่สำคัญ จากผลการทดสอบได้ค้นพบว่า จักรยานผ้าไหมเรซิน ยังสามารถต่อแรงดึงได้มากยิ่งกว่าโครงของรถจักรยานที่ทำขึ้นจากอลูมิเนียมได้ประมาณ 8 เท่า ส่วนผลการทดสอบแรงยืดหยุ่นก็พบว่า โครงจักรยานผ้าไหมสามารถยืดหยุ่นตัวเองได้มากกว่าอลูมิเนียมประมาณ 30 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยส่งผลดีต่อผู้ขับขี่อย่างยิ่ง

เตรียมนำจักรยานผ้าไหมจดสิทธิบัตร มาต่อยอดเชิงพานิชย์ เพื่อจัดจำหน่ายต่อไป

โดยจักรยานในรุ่นต้นแบบมีอยู่ด้วยกัน 2 คัน คือสีเหลืองและขาว ซึ่งทีมงานนักวิจัยก็ได้ยื่นจดสิทธิบัตรของโครงจักรยานที่ทำมาจากผ้าไหมเรซิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนทำให้ขณะนี้โครงจักรยานดังกล่าวได้กลายมาเป็นทัพย์สินทางปัญญาของ ม.ขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งถือได้ว่าเป็นกระบวนการต่อยอดผ้าไหมไทย ด้วยการนำเอาคุณสมบัติเด่นในเรื่องของความแข็งแรง ทนทาน ของผ้าไหม มาใช้เป็นวัสดุสำหรับทดแทนคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีราคาค่อนข้างสูง โดยในวันข้างหน้าก็ได้เตรียมต่อยอดนำจักรยานผาไหมเรซินเข้าสู่งเชิงพานิชย์จัดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจด้วย.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://idgthailand.com/