มาเรียนต่อออสเตรเลีย ระวังไฟป่าคร่าชีวิต

มาเรียนต่อออสเตรเลีย ระวังไฟป่าคร่าชีวิต

            นักท่องเที่ยวจากต่างชาติและผู้มาเรียนต่อออสเตรเลีย ยังคงหวาดหวั่นไม่กล้ากลับไปเยือน หลังจากไฟป่าในประเทศออสเตรเลียยังลุกลามรุนแรงไม่หยุด จนเผาพลาญื้นที่กว้างใหญ่ภายในประเทศ โดยทางการได้ออกคำเตือนว่าเปลวไฟยังมีโอกาศปะทุขึ้นอีก

รายงานจากสำนักงานข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ระหว่างพื้นที่เกาะจิงโจ้ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชืนชมสัตว์ป่าที่มีชื่อเสียงทางชายฝั่งตอนใต้ ได้ถูกไฟป่าเผาพลาญถึง 2 ครั้ง ทางด้านนายกรัฐมนตรีสก็อต มอร์ริสัน ได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการเกษตร เพื่อประกาศมาตรการบรรเทาทุกข์ เป็นวงเงินสูงถึง 11 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

สถานที่ท่องเที่ยวยังเปิดให้ผู้มาเรียนต่อออสเตรเลียและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมอยู่

ถึงแม้จะมีไฟฟ้าลุกไหม้ แต่ผู้มาเรียนต่อออสเตรเลียและนักท่องเที่ยวก็ยังสามารถเข้าชมเกาะจิงโจ้ได้ เนื่องจากออสเตรเลียยังคงเปิดพื้นที่ 2 ใน 3 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเศรฐกิจ และการรักษาเศรฐกิจท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ได้ในช่วงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก

จากเหตุการณ์เพลิงไฟป่าในครั้งนี้ ยังไม่มีผู้มาเรียนต่อออสเตรเลียเสียชีวิต แต่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งประเทศเพิ่มเป็น 26 คน โดยที่รัฐวิคตอเรีย ทางการได้สั่งเร่งให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไฟป่าพิจารณาอพยพออกจากพื้นที่ ก่อนที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเผชิญกับความเสี่ยงเกิดไฟป่าอีกครั้ง ไฟเหล่านี้แม้จะดับลงแต่ก็ยังคงอันตราย ไม่หยุดนิ่ง เสี่ยงสูง ประกอบกับสภาพอากาศที่เป็นตัวกระตุ้นการลุกไหม้ได้ทุกเมื่อ

ผู้มาเรียนต่อออสเตรเลีย และประชาชนใน 3 เมืองใหญ่ ต้องเผชิญกับมลพิษที่สูงที่สุดในโลก

ผู้มาเรียนต่อออสเตรเลีย นักท่องเที่ยว และประชาชนจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพราะขณะนี้ เปลวเพลิงได้เผาพลาญพื้นที่ในออสเตรเลียครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 64.5 ล้านไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับประเทศเกาหลีใต้ ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพหนีไฟป่าออกจากบ้านเรือน

ขนะที่เขตชนบทหลายเมืองก็ไม่อาจใช้ไฟฟ้าและการโทรคมนาคมได้ บางเมืองก็อาจต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำดื่ม เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำดื่มสำรองลดน้อยลงทุกขณะ นอกจากนี้ ควันไฟป่าก็ได้ลอบตลบอบอวนไปทั่วท้องฟ้า ส่งผลให้ซิดนีย์ เมลเบิร์น และกรุงแคนเบอร์รา กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในขณะนี้

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ เผยว่า ควันไฟป่าที่ประเทศออสเตรเลียได้ลอยไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลกระทบต่อหลายเมืองที่ตั้งอยู่ในอเมริกาใต้ และอาจลุกลามไปถึงแอนตาร์กติก ซึ่งวิกฤติไฟป่าที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากออสเตรเลียได้เผชิญกับภัยแล้งติดต่อกันมา 3 ปี

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพถูมิอากาศ ทำให้ป่าละเมาะเกิดการแห้งแล้งและติดไฟได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงแต่นักดับเพลิงชาวออสเตรเลียเท่านั้น ที่ต้องทำหน้าที่ดับไฟที่เกิดขึ้น เพราะไม่นานนี้ ก็มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากจากสหรัฐและแคนาดาเดินทางมาสมทบกับเพิ่มร่วมชาติอีกจำนวน 40 คน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ทางการออสเตรเลียประกาศขอบุคลากรเพิ่มอีก 140 คน.