พาณิชย์เผย สถิติยอดจดทะเบียนบริษัทพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี

พาณิชย์เผย สถิติยอดจดทะเบียนบริษัทพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี

            พาณิชย์เผยยอดจดทะเบียนบริษัท ลดลง 17% ซึ่งสวนทางกับยอดทุนจดทะเบียนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่ในรอบ 10 ปี ชี้ เทรนด์การประกอบธุรกิจในอนาคตผู้ประกอบการจะควบรวมกิจการมากขึ้น จนส่งผลให้จำนวนการจดทะเบียนอาจลดลงแต่ทุนจะเพิ่มสูงขึ้น

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า สถิติการจดทะเบียนธุรกิจ เมื่อเดือน ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ เป็นจำนวน 5,751 ราย หากนำมาเปรียบเทียบกับเดือน ก.ย. 2562 จะมีจำนวนอยู่ที่ 6,954 ราย หรือลดลงจำนวน 1,203 ราย คิดเป็น 17%  และเมื่อนำมาเทียบกับเดือน ต.ค.2561 จำนวน 6,197 พบว่าลดลงเป็นจำนวน 446 ราย คิดเป็น 7% 

ธุรกิจที่จดทะเบียนบริษัทสูงที่สุด 3 อันดับแรก

สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนบริษัทสูงที่สุดใน 3 อันดับแรกนั้น แบ่งออกเป็นธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไปจำนวน 524 ราย รองลงมาคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำนวน 323 ราย และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร จำนวน 193 ราย โดยมีมูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวนทั้งสิ้นอยู่ที่ 98,509 ล้านบาท เทียบกับเดือน ก.ย จะมีจำนวนอยู่ที่ 28,315 ล้านบาท

ซึ่งนับว่าเป็นทุนการจดทะเบียนบริษัทสูงที่สุดในรอบ 10 ปี เป็นผลมาจากมีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาขดทะเบียนควบรวมบริษัทเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท จนทำให้ทุนการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจำนวน 70,194 ล้านบาท คิดเป็น 2.48 เท่า

และเมื่อรำมาเทียบกับเดือน ต.ค. 2561 ก็จะมีจำนวน 19,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 78,547 ล้านบาท คิดเป็น 3.93 เท่า โดยในอนาคตนั้น มองว่าการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในรูปแบบนี้จะมีมากขึ้น เพื่อช่วยในการดำเนินกิจการแบบครบวงจร และอาจทำให้จำนวนบริษัทอาจลดลงหรือไม่เพิ่มมากนัก แต่ทุนการจดทะเบียนจะเพิ่มสูงขึ้น

ธุรกิจขนาดเล็กที่จดทะเบียนบริษัท ได้ยกเลิกประกอบกิจการเพิ่มขึ้น

ส่วนด้านธุรกิจขนาดเล็กที่จดทะเบียนบริษัท มีจำนวนยกเลิกประกอบกิจการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2,116 ราย เทียบกับเดือน ก.ย. จำนวน 1,938 ราย เพิ่มขึ้น 178 ราย คิดเป็น 9% และเมื่อนำมาเทียบกับเดือน ต.ค. 2561 จำนวน 2,166 ราย ลดลงจำนวน 50 ราย คิดเป็น 2%

สำหรับธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงที่สุดใน 3 อันดับแรกนั้น คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 180 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 135 ราย คิดเป็น 6% สุดท้ายคือธุรกิจภัตตาคาร  ร้านอาหาร จำนวน 64 ราย คิดเป็น 3 %

ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 746,504 ราย โดยมีมูลค่าทุนอยู่ที่ 18.18 ล้านล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 184,539 ราย หรือคิดเป็น 24.72%  และบริษัทจำกัด จำนวน 560,708 ราย คิดเป็น 75.11% รวมถึงบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,257 ราย หรือคิดเป็น 0.17% .