จดทะเบียนบริษัทแบบไหนถึงตอบโจทย์ ระหว่างพาณิชย์กับทะเบียนนิติบุคคล

จดทะเบียนบริษัทแบบไหนถึงตอบโจทย์ ระหว่างพาณิชย์กับทะเบียนนิติบุคคล

            เมื่อเกิดความฝันอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือการ “จดทะเบียนบริษัท” เพราะสามารถช่วยให้กิจการนั้น ๆ สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกิจการนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย คือการสร้างหลักฐานทางการค้า เพราะสามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้ แต่หลายคนยังคงเกิดความสงสัยกันอยู่ ว่าการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทแบบไหนดี ระหว่างนิติบุคคลหรือพาณิชย์?

1.จดทะเบียนบริษัทแบบพาณิชย์ หรือบุคคลธรรมดา

หากเป็นเจ้าของกิจการเพียงคนเดียว ทำเองในทุกขั้นตอน พร้อมกับมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและมีอิสระในการบริหารได้อย่างเต็มที่ การจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทแบบนี้ จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับกิจการขนาดย่อม ที่เปิดขายสินค้าหรือบริการง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และมูลค่าของกิจการไม่สูงมาก

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแบบนี มีข้อดีคือ จะทำให้ได้รับกำไรแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเสียภาษี โดยการคำนวณอัตราภาษีหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเท่านั้น ข้อเสียคือ หากธุรกิจเกิดภาวะขาดทุน ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองทุกอย่าง รวมถึงภาระหนี้สินที่จะถาโถมเข้ามาด้วยเช่นกัน

2.จดทะเบียนบริษัทแบบนิติบุคคล สำหรับธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

สำหรับธุรกิจที่มีจำนวนบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ผ่านการร่วมทุนกันและเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน การกระทำใดก็ตาม จะต้องเป็นไปในนามกิจการทั้งหมด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ดังต่อไปนี้

2.1.จดทะเบียนบริษัท แบบห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญ = ต้องมีลักษณะธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล โดยหุ้นส่วนสามารถตกลงทำธุรกิจและแบ่งปันผลกำไรที่ได้รับจากกิจการ หุ้นส่วนสามารถระดมทุนและมีอำนาจในจัดการบริหารงานต่าง ๆ ได้ร่วมกัน โดยกำไรจะรวมอยู่ในรายได้ของหุ้นส่วนโดยตรง และไม่ต้องนำไปเสียภาษีกิจการ

2.2.จดทะเบียนบริษัท แบบห้างหุ้นส่วนจำกัด = หากต้องการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทแบบบนี้ ลักษณะธุรกิจที่ต้องมีความรับผิดชอบของหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ คนที่รับผิดชอบในหนี้สินแบบ “จำกัด” จะไม่สามารถออกความเห็นตัดสินใจในกิจการได้ และ 2 คือผู้ที่รับผิดชอบในหนี้สินแบบ “ไม่จำกัดจำนวณ” ซึ่งจะมีสิทธิในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งการเสียภาษีบริษัทเป็นแบบนิติบุคคล หากขาดทุนก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี

2.3 จดทะเบียนบริษัท แบบจำกัด = ต้องมีผู้ร่วมทุนจำนวน 3 คนขึ้นไป โดยแบ่งเงินลงทุนเป็นหุ้น ที่มีมูลค่าต่อหุ้นเท่า ๆ กัน และผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีความรับชอบในหนี้สินต่าง ๆ จำกัด ไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังคงค้างชำระ ซึ่งกิจการแบบนี้ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ไปพร้อม ๆ กับการวางแผนการดำเนินธุรกิจที่รัดกุม.